Thai

เที่ยวจันทบุรี

สถานที่ท่องเที่ยว จันทบุรี

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ บ่งบอกถึงความผูกพันของชาวเมืองนี้ที่มีต่อพระเจ้าตาก โดยมีคำกล่าวว่า ถ้าไม่ได้มาสักการะพระเจ้าตาก ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองจันท์ ประวัติ : ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เดิมเป็นศาลไม้อยู่ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต่อมาในปี 2463 สมัย ม.จ. สฤษดิเดชชยางกูร เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ได้สร้างศาลขึ้นใม่บริเวณด้านหน้าค่าย ทหารกองพันนาวิกโยธิน คนละฝั่งถนนกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยอาศัยอาคารเป็นศาลาคอนกรีตสี่เหลี่ยมจัตุรมุตข มีบันไดด้านหน้าและด้านข้างรวม 3 ด้าน กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ ภายในเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปซึ่งเป็นเทพเจ้าประจำพระองค์พระเจ้าตาก.


สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สวนสาธารณะพื้นที่ส่วนรวม 300 ไร่ ลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ล้อมพื้นที่สวน โดยใช้อ่างเก็บน้ำเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลาของกรมประมงด้วยบรรยากาศภายในสวนร่มรื่นด้วยไม่ใหญ่น้อย เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและที่ออกกำลังกายของคนเมืองจันท์
บริเวณภายนอกสวนด้าน ถ.เทศบาล3 มีแผงจำหน่ายผลไม้จากสวนหลายแผง เรียกกันว่า "ถนนผลไม้" เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อหาผลไม้ได้อย่างสะดวก ราคาไม่แพงและยังต่อรองได้อีกด้วย

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหารราชทรงม้าข้าศึก พร้อมด้วยทหารเอกคู่พระทัย 4 นายคือพระเชียงเงินหลวงพิชัยอาสา หลวงพรหมเสนาและหลวงราชเสน่ห์หา ตั้งอยู่กลางบึงน้ำ ตรงกับประตูสวนด้าน ถ. เทศบาล 3


ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองจันท์เคียงคู่กับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เป็นศาลหลักเมืองที่สร้างอย่างสวยงาม ศาลเดิมนั้นสันนิษฐานว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2310 ต่อมามีสภาพทรุดโทรม ชาวจันทบุรีจึงร่วมกันก่อสร้างศาลใหม่ รวมทั้งหล่อองค์เจ้าพ่อหลักเมืองขึ้นใหม่ด้วย โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อปี พ.ศ. 2524 ก่อสร้างแล้วเสร็จปี พ.ศ. 2526 หลักเมืองเป็นแท่งศิลาสูง 3 ม.. ส่วนเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นเทพเจ้าจีน


วัดไผ่ล้อม เป็นวัดเก่าของเมืองจันทบุรี สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ภายในวัด เช่น กุฏิพระและศาลาการเปรียญ มีไม้ฉลุแบบขนมปังขิงประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ล้วนแล้วแต่เป็นของเก่าอายุเกือบร้อยปีทั้งนั้น ที่ไม่ควรพลาดชมเห็นจะเป็น พระอุโบสถ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้จะเห็นได้จากฐานโบสถ์ที่โค้งอย่างที่เรียกว่า "ตกท้องช้างหรือท้องเชือก" อันเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยาตอนปลาย และภายในพระอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมโบราณ เรื่องทศชาติและพุทธประวัติที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ ซึ่งเขียนขึ้นโดยช่างสมัยอยุธยา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารอีกด้วย

© 2012 จันทบุรี.net